ยาอลิสไคเรน (Aliskiren)
อลิสไคเรนเป็นยารับประทานตัวแรกในกลุ่มยาต้านเรนิน เริ่มวางตลาดประมาณปี ค.ศ. 2008 แม้จะเป็นยาที่ออกแบบมาเพื่อยับยั้งระบบเรนิน–แองจิโอเทนซินตั้งแต่ต้นทาง แต่ในทางปฏิบัติยังไม่เป็นที่นิยมใช้มากนัก เนื่องจากประสิทธิภาพในการลดความดันโลหิตใกล้เคียงกับยาต้านเอซและยาต้านตัวรับแองจิโอเทนซิน ไม่ได้เหนือกว่าตามที่คาดหวังในเชิงทฤษฎี อย่างไรก็ตาม ยานี้สามารถลดการเสื่อมของไตในผู้ป่วยเบาหวานได้ โดยวัดจากค่า albuminuria และอัตราส่วน albumin/creatinine ซึ่งให้ผลใกล้เคียงกับยาทั้งสองกลุ่มดังกล่าว
ที่มาและการออกฤทธิ์:
อลิสไคเรนเป็นสารสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างคล้าย Angiotensinogen แต่มีขนาดโมเลกุลเล็กกว่ามาก ยาละลายน้ำได้ดี อย่างไรก็ตาม การดูดซึมจากทางเดินอาหารต่ำมาก โดยดูดซึมได้เพียงประมาณ 2% ของยาที่รับประทานเข้าไป ระดับยาในเลือดจะขึ้นสูงสุดภายในเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงหลังรับประทาน ยาออกฤทธิ์โดยจับกับเอนไซม์เรนินอย่างแน่นหนา ทำให้เอนไซม์ไม่สามารถเปลี่ยน Angiotensinogen ไปเป็น Angiotensin I ได้
อลิสไคเรนมีระยะครึ่งชีวิตค่อนข้างยาว ประมาณ 37 ชั่วโมง และถูกขับออกทางน้ำดีเกือบทั้งหมด การใช้ยานี้ทำให้ระดับของเรนินและโปรเรนิน (prorenin) ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ทราบผลกระทบระยะยาวของการเพิ่มโปรเรนินในมนุษย์อย่างชัดเจน
การใช้ยาที่เหมาะสม
- ใช้ลดความดันโลหิตในโรคความดันโลหิตสูง
อลิสไคเรนได้รับอนุมัติให้ใช้ควบคุมความดันโลหิตเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ขนาดยาที่แนะนำคือ 150–300 mg วันละครั้ง สามารถรับประทานก่อนอาหาร หลังอาหาร หรือพร้อมอาหารก็ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะลดการดูดซึมของยา นอกจากนี้ อาหารและเครื่องดื่มจากส้ม เช่น ส้ม ส้มโอ และน้ำส้ม ก็สามารถลดการดูดซึมของยาได้เช่นกัน
ยาออกฤทธิ์ลดความดันโลหิตได้เต็มที่ภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ดังนั้น หากจำเป็นต้องปรับเพิ่มขนาดยา ควรพิจารณาหลังจากใช้ยาไปแล้วอย่างน้อย 2 สัปดาห์
แนวทางการรักษาของ JNC (Joint National Committee) ไม่แนะนำให้ใช้อลิสไคเรนเป็นยาตัวแรกในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง
ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง
อลิสไคเรนห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์และสตรีที่ให้นมบุตร ผู้ป่วยเบาหวานที่กำลังใช้ยาต้านเอซหรือยาต้านตัวรับแองจิโอเทนซินอยู่แล้ว ผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงเป็นประจำ และไม่ควรใช้ในผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดแดงที่ไตตีบทั้งสองข้าง (หรือข้างเดียวในกรณีที่มีไตเพียงข้างเดียว)
ผลข้างเคียงที่อาจพบจากการใช้ยา ได้แก่ ผื่น ไอ ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ชักเกร็งหรือกล้ามเนื้อกระตุก โลหิตจาง ตับอักเสบ การทำงานของไตแย่ลง ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง โซเดียมในเลือดต่ำ และระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น
การรับประทานยาในขนาดสูงเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเป็นเวลานาน และไม่สามารถกำจัดยาออกจากร่างกายได้ด้วยการฟอกเลือด
ปฏิกิริยาระหว่างยา
อลิสไคเรนถูกเมตาบอไลต์โดยเอนไซม์ในกลุ่ม cytochrome P450 จากการศึกษานอกร่างกายพบว่า ยาอาจมีปฏิกิริยากับยาอื่นที่ถูกเมตาบอไลต์ผ่านเอนไซม์กลุ่มเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกยังมีจำกัด จึงสามารถให้ได้เพียงคำเตือนเบื้องต้นดังต่อไปนี้
- ยาที่อาจลดฤทธิ์ของอลิสไคเรนได้แก่ แอมเฟตามีน, Irbesartan, Methylphenidate, Yohimbine, ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด
- ยาที่อาจเพิ่มฤทธิ์ของอลิสไคเรนได้แก่ Atorvastatin, Barbiturates, Benperidol, Risperidone, Canagliflozin, Cyclosporine, Diazoxide, Itraconazole, Ketoconazole, Levodopa, Lormetazepam, Molsidomine, Naftopidil, Nicergoline, Obinutuzumab, Pentoxifylline, Quinagolide, Verapamil, ยากลุ่ม Phosphodiesterase 5 Inhibitors, และยากลุ่ม Prostacyclin Analogues
- ยาที่อาจเพิ่มฤทธิ์เมื่อให้คู่กับอลิสไคเรนได้แก่ ยารักษาโรคทางจิต, ยาลดไขมันในเลือด
- ยาที่อาจลดฤทธิ์เมื่อให้คู่กับอลิสไคเรนได้แก่ ยาขับปัสสาวะฟูโรซีไมด์
ยาที่อาจเสริมฤทธิ์ทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงได้ง่ายขึ้นเมื่อให้ร่วมกับยาอลิสไคเรนคือ Heparin, Drospirenone, Nicorandil, ยาขับปัสสาวะกลุ่ม K-sparings, ยาต้านเอซ, ยาต้านตัวรับแองจิโอเทนซิน รวมถึงอาหารเสริมและเครื่องดื่มที่มีโพแทสเซียมผสมอยู่
สรุป
อลิสไคเรนเป็นยาต้านเรนินชนิดรับประทานตัวแรกที่ออกแบบมาเพื่อยับยั้งระบบเรนิน–แองจิโอเทนซินตั้งแต่ต้นทาง แม้จะมีหลักการทางทฤษฎีที่น่าสนใจ แต่ในทางคลินิกกลับมีข้อจำกัดทั้งด้านการดูดซึม ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับยากลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อระบบเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ อลิสไคเรนจึงไม่ถูกแนะนำให้ใช้เป็นยาหลักหรือยาตัวแรกในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง และบทบาทของยานี้ในปัจจุบันยังคงจำกัดอยู่ในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น