กลุ่มยารักษาโรคเรื้อน (Anti-Leprosy Drugs)

โรคเรื้อน (Leprosy หรือ Hansen’s disease) เกิดจากเชื้อ Mycobacterium leprae และ Mycobacterium lepromatosis ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม mycobacteria ที่มีคุณลักษณะทางชีววิทยาคล้ายคลึงกับเชื้อวัณโรค แต่มีลักษณะเฉพาะที่ทำให้การรักษามีความซับซ้อน ได้แก่

  • อัตราการแบ่งตัวช้ามาก (very slow replication rate) ทำให้ยาฆ่าเชื้อออกฤทธิ์ได้ช้า
  • ผนังเซลล์มี mycolic acid สูง ทำให้การซึมผ่านของยาทั่วไปต่ำ
  • การอยู่ภายใน macrophage และ Schwann cell ส่งผลให้เชื้อหลบซ่อนจากภูมิคุ้มกัน
  • มี burden เชื้อสูงในผู้ป่วยบางกลุ่ม (multibacillary) เพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา

ด้วยเหตุนี้ การรักษาโรคเรื้อนจึงต้องใช้ ยาจำเพาะหลายชนิดร่วมกัน (Multidrug Therapy: MDT) และต้องรักษาเป็นระยะเวลานาน เพื่อให้สามารถกำจัดเชื้อในทุกระยะ metabolic state ลดการกลับเป็นซ้ำ (relapse) และป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยา (drug resistance)

กลุ่มยาโรคเรื้อน: กลไกการออกฤทธิ์และการดื้อยา

  1. ยาหลัก (Core Anti-Leprosy Drugs)
    • Dapsone (DDS)
      กลไก: ยับยั้งการสังเคราะห์ folate โดยแข่งขันกับ PABA → ยับยั้ง dihydropteroate synthase
      การดื้อยา: กลายพันธุ์ที่ยีน folP1
    • Rifampicin
      กลไก: ยับยั้ง DNA-dependent RNA polymerase → bactericidal สูงมากต่อ M. leprae
      การดื้อยา: กลายพันธุ์ที่ยีน rpoB
    • Clofazimine
      กลไก: จับ DNA ของเชื้อ + รบกวน membrane function และ redox system
      การดื้อยา: การเปลี่ยนแปลง transport protein และ efflux mechanisms
  2. ยาทางเลือก/เสริม (Alternative / Second-line drugs)
    • Ofloxacin / Levofloxacin: ยับยั้ง DNA gyrase
    • Minocycline / Doxycycline: ยับยั้ง 30S ribosome
    • Clarithromycin: ยับยั้ง 50S ribosome
    • Rifabutin: ใช้แทน rifampicin ในบางกรณี drug interaction


สูตรการรักษาโรคเรื้อนที่ใช้ได้ผลดีในปัจจุบัน (WHO MDT Regimens)

  1. Paucibacillary (PB) Leprosy

    สูตร 6 เดือน:

    • Rifampicin 600 mg เดือนละครั้ง (monthly supervised)
    • Dapsone 100 mg วันละครั้ง (daily self-administered)
  2. Multibacillary (MB) Leprosy

    สูตร 12 เดือน:

    • Rifampicin: 600 mg เดือนละครั้ง (monthly supervised dose)
    • Clofazimine: 300 mg เดือนละครั้ง + 50 mg วันละครั้ง
    • Dapsone: 100 mg วันละครั้ง
  3. Uniform MDT (U-MDT)

    สูตรเดียวสำหรับทุกชนิด (6 เดือน):

    • Rifampicin: 600 mg เดือนละครั้ง
    • Clofazimine: 300 mg เดือนละครั้ง + 50 mg วันละครั้ง
    • Dapsone: 100 mg วันละครั้ง

หมายเหตุ: ขนาดยาข้างต้นเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับผู้ใหญ่ (adult dosing) ตามแนวทาง WHO สำหรับเด็กจะมีการปรับขนาดยาตามน้ำหนักตัว (weight-based dosing)



ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง

  • Dapsone: hemolytic anemia, methemoglobinemia, agranulocytosis, Dapsone hypersensitivity syndrome
  • Rifampicin: hepatotoxicity, enzyme induction, orange discoloration
  • Clofazimine: skin pigmentation, ichthyosis, GI pain, photosensitivity
  • Fluoroquinolones: QT prolongation, tendinopathy
  • Minocycline: hyperpigmentation, vestibular toxicity
  • Clarithromycin: QT prolongation, hepatotoxicity

ปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug interactions)

  • Rifampicin: CYP450 inducer → ลดระดับ OCP, warfarin, ARV, antifungal
  • Dapsone: interaction กับ TMP-SMX → เพิ่ม risk hemolysis
  • Clofazimine: additive QT prolongation
  • Clarithromycin: CYP3A4 inhibitor
  • Fluoroquinolones: interaction กับ antacid, Ca, Fe

สรุป

การรักษาโรคเรื้อนเป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้แนวคิด multidrug therapy ในเวชปฏิบัติ เนื่องจากลักษณะชีววิทยาของเชื้อที่แบ่งตัวช้า ซ่อนตัวในเซลล์ และมีโอกาสเกิดการดื้อยา การเข้าใจกลไกของยาแต่ละชนิด สูตรการรักษาตาม WHO MDT การจัดการผลข้างเคียง และ drug interactions มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขา เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ลดความพิการ และลดการแพร่กระจายของโรคในระดับสาธารณสุข