ยาฟูโรซีไมด์ (Furosemide)
ยาฟูโรซีไมด์เป็นยาขับปัสสาวะในกลุ่ม Loop diuretics ที่มีฤทธิ์ขับน้ำและเกลือแร่ออกทางปัสสาวะอย่างแรงกว่ายาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ในภาวะฉุกเฉิน เช่น ภาวะน้ำท่วมปอดจากหัวใจล้มเหลว ไตวาย หรือตับวาย ภาวะบวมน้ำรุนแรง (เช่น กลุ่มอาการเนโฟรติก ภาวะสมองบวม) รวมถึงภาวะแคลเซียมในเลือดสูง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในระยะยาวเพื่อกระตุ้นการทำงานของไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง และใช้เป็นยาร่วมเพื่อลดความดันโลหิตในกรณีที่ความดันสูงมากหรือมีสาเหตุจากโรคไต ยามีทั้งรูปแบบฉีดและแบบรับประทาน
ฟูโรซีไมด์จัดเป็นยาสำคัญที่ต้องมีประจำในสถานพยาบาลทุกแห่ง แต่ในทางกีฬา ยานี้จัดเป็นยาต้องห้ามในช่วงการแข่งขัน เนื่องจากสามารถเร่งการขับสารกระตุ้นออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว จนอาจทำให้ผลตรวจสารกระตุ้นเกิดผลลบเทียม (false negative)
ที่มาและการออกฤทธิ์:
ฟูโรซีไมด์ได้รับการพัฒนาในปี ค.ศ. 1962 โดยบริษัทยาของเยอรมนีและอิตาลี และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ โดยชื่อทางการค้าที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ "ลาซิกซ์" (Lasix®) ของบริษัท Sanofi-Aventis ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมาจากคำว่า lasts six (hours) หมายถึงฤทธิ์ยาที่คงอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมงหลังรับประทาน
ยาฟูโรซีไมด์ออกฤทธิ์ที่ thick ascending limb of Henle's loop โดยยับยั้งปั๊มดูดกลับโซเดียม โพแทสเซียม และคลอไรด์เข้าสู่หลอดเลือด ทำให้เกลือแร่เหล่านี้สูญเสียออกทางปัสสาวะและดึงน้ำออกตามไปด้วย ขณะเดียวกันระบบขับโพแทสเซียมด้านปลายยังคงทำงานอยู่ จึงทำให้เกิดการสูญเสียโพแทสเซียมอย่างรวดเร็ว
ในคนปกติจะทำให้ความดันโลหิตลดลงและเกิดอาการอ่อนเพลียได้ง่าย แต่ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังซึ่งมักมีภาวะน้ำเกินและโพแทสเซียมคั่งอยู่แล้ว การขับน้ำและเกลือแร่ส่วนเกินออกจะช่วยให้สมดุลของร่างกายดีขึ้น
นอกจากนี้ ฟูโรซีไมด์ยังมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดดำของปอด (pulmonary venodilatation) ทำให้หลอดเลือดปอดรองรับน้ำส่วนเกินได้มากขึ้น ช่วยบรรเทาอาการหอบเหนื่อยจากภาวะน้ำท่วมปอดในระหว่างที่ร่างกายกำลังขับน้ำออกทางปัสสาวะ
รูปแบบฉีดออกฤทธิ์ภายใน 5–10 นาที และหมดฤทธิ์ในประมาณ 2 ชั่วโมง เหมาะสำหรับภาวะฉุกเฉิน ส่วนแบบรับประทานออกฤทธิ์ภายในประมาณ 1 ชั่วโมง และอยู่ได้นานราว 6 ชั่วโมง เหมาะกับผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง
การใช้ยาที่เหมาะสม
- รักษาภาวะน้ำท่วมปอด (Pulmonary congestion/edema)
เป็นภาวะฉุกเฉินที่พบได้จากหลายสาเหตุ เช่น หัวใจล้มเหลว ไตวาย เส้นเลือดปอดอุดตัน จมน้ำ ความดันโลหิตสูงขั้นวิกฤติ หรือพิษจากยา แพทย์จะใช้ฟูโรซีไมด์ชนิดฉีดร่วมกับการรักษาที่ต้นเหตุทันที
ขนาดผู้ใหญ่ไตปกติ: 20–40 mg IV, ผู้ป่วยไตวาย: 40–80 mg IV อาจให้ซ้ำเมื่อยาหมดฤทธิ์
เด็ก: 1–2 mg/kg, ทารกแรกเกิด 0.5–1 mg/kg IV/IM
เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว แพทย์จะพิจารณาหยุดยาหรือเปลี่ยนเป็นยาเม็ดกินต่อก็ขึ้นกับสาเหตุของโรค
- ลดภาวะบวมน้ำทั่วไป
ในระยะแรกมักเลือกใช้ Loop diuretics เพราะออกฤทธิ์แรงและเห็นผลเร็ว หากต้องใช้ระยะยาว แพทย์จะประเมินสาเหตุและอาจเปลี่ยนเป็นกลุ่มยาที่ปลอดภัยกว่า
อาการไม่รุนแรง: 40 mg รับประทานวันละครั้ง (เด็ก 1 mg/kg) หากอาการรุนแรงให้ใช้รูปแบบฉีด
- กระตุ้นการทำงานของไตในภาวะไตวายเรื้อรัง
เมื่อค่า creatinine ≥ 2.5 mg% มักไม่ตอบสนองต่อยาขับปัสสาวะกลุ่มอื่น จำเป็นต้องใช้ Loop diuretics โดยเริ่มที่ 40 mg/วัน และปรับขนาดตามการตอบสนอง หากต้องใช้เกิน 80 mg/วัน มักต้องพิจารณาการล้างไตหรือฟอกเลือดร่วมด้วย
- ลดความดันโลหิต
เหมาะในผู้ป่วยที่มีสาเหตุจากโรคไต ความดันสูงมาก หรือไม่ตอบสนองต่อยากลุ่มหลัก
ขนาดยา: 40 mg/วัน (เด็ก 0.5–2 mg/kg) ต้องติดตามเกลือแร่และการทำงานของไตสม่ำเสมอ
ห้ามใช้ฟูโรซีไมด์ฉีดในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดน้ำ เนื่องจากเสี่ยงเกิดไตวายเฉียบพลัน
- รักษาภาวะแคลเซียมในเลือดสูง
ต้องให้น้ำเกลือ isotonic แก้ภาวะขาดน้ำก่อน แล้วจึงใช้ฟูโรซีไมด์ฉีดเพื่อเร่งการขับแคลเซียมออก พร้อมชดเชยโซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ และแมกนีเซียมอย่างเพียงพอ
ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง
- ทำให้โพแทสเซียมในเลือดต่ำ ต้องติดตามระดับเกลือแร่อย่างสม่ำเสมอ
- มีพิษต่อหูเมื่อใช้ขนาดสูง โดยเฉพาะในผู้ป่วยไตวายหรือใช้ร่วมกับ Aminoglycosides
- กระตุ้นให้โรคเกาท์กำเริบ
- ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
- ทำให้สูญเสียแคลเซียมและแมกนีเซียม
- เสี่ยงไตวายเฉียบพลันหากใช้ในภาวะขาดน้ำ
ผู้ที่แพ้ยาซัลฟาอาจแพ้ฟูโรซีไมด์ได้ อาการที่พบได้ ได้แก่ ผื่น ไข้ ไตอักเสบ เม็ดเลือดขาวอีโอซิโนฟิลสูง
ปฏิกิริยาระหว่างยา
ควรระวังการใช้ร่วมกับ
- NSAIDs → เพิ่มพิษต่อไต
- Aminoglycosides, Vancomycin, Cyclosporin → เพิ่มพิษต่อไตและหู
- Amphotericin B → เพิ่มพิษต่อไตและภาวะโพแทสเซียมต่ำ
- Digoxin → เสี่ยงพิษเมื่อโพแทสเซียมต่ำ
- Carbamazepine → เสี่ยงโซเดียมต่ำ
- Lithium → เสี่ยงพิษจากลิเธียม
สรุป
ฟูโรซีไมด์เป็นยาขับปัสสาวะที่มีฤทธิ์แรงและรวดเร็ว เหมาะสำหรับภาวะฉุกเฉินและภาวะที่มีน้ำเกินรุนแรง โดยเฉพาะในโรคหัวใจและไต มีบทบาทสำคัญทั้งในเวชศาสตร์ฉุกเฉินและการรักษาระยะยาวของผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม ยานี้มีความเสี่ยงต่อความผิดปกติของเกลือแร่ ไต และระบบประสาทหู จึงจำเป็นต้องใช้ภายใต้การติดตามทางคลินิกอย่างใกล้ชิด ฟูโรซีไมด์จึงเป็น "ยาช่วยชีวิต" ที่ทรงพลัง แต่ต้องใช้อย่างมีความรู้และความระมัดระวังทางการแพทย์