กลุ่มยาแมคโครไลด์ (Macrolides)
ยาปฏิชีวนะกลุ่มแมคโครไลด์ (Macrolides) เป็นยาที่มีการพัฒนามาใช้อย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นจากการค้นพบ erythromycin ในช่วงทศวรรษที่ 1950 จากเชื้อ Streptomyces erythreus (ปัจจุบันจัดอยู่ในสกุล Saccharopolyspora) ยากลุ่มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่มเพนิซิลลิน โดยเฉพาะในการรักษาการติดเชื้อทางเดินหายใจและการติดเชื้อจากเชื้อแกรมบวก
ต่อมามีการพัฒนาแมคโครไลด์รุ่นใหม่ เช่น clarithromycin และ azithromycin เพื่อเพิ่มความคงตัวในกรด เพิ่มการดูดซึม ลดความถี่ในการรับประทานยา และขยายขอบเขตการออกฤทธิ์ต่อเชื้อก่อโรค รวมถึงเชื้อ atypical pathogens เช่น Mycoplasma pneumoniae, Chlamydia spp. และ Legionella pneumophila
กลไกการออกฤทธิ์และการดื้อยา
แมคโครไลด์ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีนของแบคทีเรีย โดยจับกับหน่วยย่อย 50S ribosomal subunit บริเวณ 23S rRNA ทำให้เกิดการยับยั้งกระบวนการ translocation ของสายเปปไทด์ ส่งผลให้แบคทีเรียไม่สามารถสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตได้ โดยฤทธิ์ของยาโดยทั่วไปเป็นแบบ bacteriostatic แต่ในบางเชื้อหรือในขนาดยาสูงอาจมีฤทธิ์ bactericidal
กลไกการดื้อยา
- การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งจับของยา (target site modification) โดยการเมทิลเลชันของ 23S rRNA ผ่านยีน erm ทำให้ยาจับกับ ribosome ได้น้อยลง
- การขับยาออกนอกเซลล์ (efflux pump) ผ่านโปรตีนที่เข้ารหัสโดยยีน mef
- การทำลายหรือดัดแปลงโครงสร้างยา (พบได้น้อย)
คุณสมบัติและตัวอย่างยาในแต่ละรุ่น
- รุ่นแรก
- Erythromycin – ไม่คงตัวในกรด ดูดซึมไม่สม่ำเสมอ ต้องรับประทานวันละหลายครั้ง และมีผลข้างเคียงทางทางเดินอาหารสูง
- รุ่นที่สอง
- Clarithromycin – คงตัวในกรด ดูดซึมดีขึ้น มีฤทธิ์ต่อ H. pylori
- Azithromycin – มีครึ่งชีวิตยาว กระจายตัวเข้าสู่เนื้อเยื่อดี สามารถรับประทานวันละครั้ง และใช้ระยะเวลาสั้น
- รุ่นกึ่งสังเคราะห์อื่น
- Roxithromycin, Spiramycin – ใช้ในบางประเทศ มีคุณสมบัติใกล้เคียง macrolide รุ่นใหม่
การใช้ยาที่เหมาะสม
- การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง
ตัวอย่างยา: Azithromycin, Clarithromycin
- ผู้ใหญ่: Azithromycin 500 มก. วันแรก จากนั้น 250 มก./วัน วันที่ 2–5
- เด็ก: Azithromycin 10 มก./กก./วัน วันแรก จากนั้น 5 มก./กก./วัน วันที่ 2–5
- การติดเชื้อจากเชื้อ atypical pneumonia
- Clarithromycin ผู้ใหญ่ 500 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 7–14 วัน
- เด็ก 7.5 มก./กก./ครั้ง วันละ 2 ครั้ง
- การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (Chlamydia)
- Azithromycin ผู้ใหญ่ 1 กรัม รับประทานครั้งเดียว
- เด็ก: พิจารณาตามน้ำหนักและแนวทางเฉพาะ
- การกำจัดเชื้อ Helicobacter pylori
- Clarithromycin 500 มก. วันละ 2 ครั้ง ร่วมกับ PPI และยาปฏิชีวนะอื่น นาน 10–14 วัน
ผลข้างเคียง พิษของยา และข้อควรระวัง
- ทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย
- ตับ: ค่าเอนไซม์ตับสูง ตับอักเสบจากยา (พบไม่บ่อย)
- หัวใจ: ยืดช่วง QT interval เสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ข้อควรระวังในผู้ป่วยโรคตับ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้ยาที่ยืด QT
ปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug interactions)
แมคโครไลด์บางชนิด โดยเฉพาะ erythromycin และ clarithromycin เป็นตัวยับยั้งเอนไซม์ CYP3A4 ทำให้ระดับยาหลายชนิดเพิ่มขึ้น เช่น
- Warfarin – เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
- Theophylline – เสี่ยงต่อพิษของยา
- Statins (simvastatin, lovastatin) – เสี่ยงกล้ามเนื้อสลาย
Azithromycin มีผลต่อ CYP450 น้อยกว่า จึงมักถูกเลือกใช้เมื่อกังวลเรื่อง drug interaction
สรุป
ยาปฏิชีวนะกลุ่มแมคโครไลด์เป็นกลุ่มยาที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาการติดเชื้อทางเดินหายใจ การติดเชื้อจากเชื้อ atypical และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด ด้วยคุณสมบัติการกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ดีและเป็นทางเลือกในผู้ป่วยแพ้เบต้าแลคแทม อย่างไรก็ตาม การใช้ยาควรพิจารณาข้อบ่งใช้ที่เหมาะสม ขนาดยาให้ถูกต้องตามอายุและน้ำหนัก รวมถึงระวังการดื้อยาและปฏิกิริยาระหว่างยา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลเสียต่อผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขโดยรวม