เครื่องมือสแกนร่างกาย แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
เมื่อแพทย์แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม หลายคนมักสงสัยว่า
"X-ray กับ CT ต่างกันอย่างไร?",
"MRI ดีกว่า CT หรือไม่?" หรือ
"PET Scan คืออะไร?"
ในความเป็นจริง ไม่มีเครื่องมือใดดีที่สุดสำหรับทุกโรค แต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้มองเห็นอวัยวะและความผิดปกติแตกต่างกัน การเลือกตรวจจึงขึ้นอยู่กับอาการ โรคที่สงสัย ความเร่งด่วน ความปลอดภัย และงบประมาณของผู้ป่วย
1. X-ray (เอกซเรย์ธรรมดา)
หลักการทำงาน
ใช้รังสีเอกซ์ยิงผ่านร่างกาย แล้วสร้างภาพจากการดูดกลืนรังสีของเนื้อเยื่อแต่ละชนิด กระดูกดูดรังสีมากจึงเห็นเป็นสีขาว ส่วนปอดที่มีอากาศจะเป็นสีดำ ภาพจึงเห็นส่วนที่เป็นกระดูก ก้อนนิ่ว และอวัยวะในทรวงอกได้ดี
เหมาะสำหรับ
- อุบัติเหตุที่อาจมีกระดูกหัก หรือข้อเคลื่อน
- โรคในทรวงอก เช่น ปอดอักเสบ วัณโรค หัวใจโต ลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด
- ลำไส้อุดตันบางกรณี
ข้อดี
- รวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
- ราคาถูก
- มีทุกโรงพยาบาล
- รังสีค่อนข้างต่ำ
ข้อจำกัด
- เห็นภาพเพียง 2 มิติ
- เนื้อเยื่ออ่อนแยกกันไม่ชัด
- มะเร็งขนาดเล็กอาจมองไม่เห็น
- อวัยวะซ้อนทับกันได้
2. CT Scan (Computed Tomography)
หลักการทำงาน
ใช้รังสีเอกซ์หมุนรอบตัวผู้ป่วยหลายร้อยมุม แล้วคอมพิวเตอร์สร้างเป็นภาพตัดขวางสามมิติ ทำให้เห็นรายละเอียดมากกว่า X-ray หลายเท่า โดยเฉพาะเลือดออกในอวัยวะ
เหมาะสำหรับ
- อุบัติเหตุรุนแรง
- เลือดออกในสมอง
- มะเร็ง
- นิ่ว
- โรคปอด
- โรคช่องท้อง
- โรคหลอดเลือด
ข้อดี
- ละเอียดมาก
- ตรวจรวดเร็ว 5-10 นาที
- เหมาะกับผู้ป่วยฉุกเฉิน
ข้อจำกัด
- ได้รับรังสีค่อนข้างสูง
- หลายโรคต้องฉีดสารทึบรังสี (สารทึบรังสีอาจแพ้ได้ และต้องระวังในผู้ป่วยไตเสื่อม)
- เนื้อเยื่ออ่อนยังเห็นสู้ MRI ไม่ได้
3. Low-dose CT Chest
หลักการทำงาน
เป็น CT Scan ปอดที่ลดปริมาณรังสีลงประมาณ 70-90% เมื่อเทียบกับ CT ปอดทั่วไป โดยยังสามารถเห็นก้อนมะเร็งปอดขนาดเล็กได้
ข้อบ่งชี้
- คัดกรองมะเร็งปอดในผู้มีความเสี่ยงสูง
- สูบบุหรี่จัด
- อดีตผู้สูบบุหรี่หนัก
ข้อจำกัด
- ไม่เหมาะใช้ตรวจโรคทุกชนิด
- รายละเอียดต่ำกว่า CT ปกติเล็กน้อย
- ยังได้รับรังสี
- พบก้อนเล็กที่ไม่ใช่มะเร็งได้บ่อย ทำให้ต้องติดตามเพิ่มเติม
4. MRI (Magnetic Resonance Imaging)
หลักการทำงาน
ใช้สนามแม่เหล็กกำลังสูงและคลื่นวิทยุ ไม่ใช้รังสีเอกซ์ จึงไม่มีรังสีตกค้าง สามารถเห็นเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ได้ดี
เหมาะสำหรับ
- เนื่อเยื่อที่มีกระดูกหุ้ม เช่น สมอง ไขสันหลัง
- เนื่อเยื่อที่ติดกระดูก เช่น เส้นประสาท ข้อ หมอนรองกระดูก
- กล้ามเนื้อ
- ตับ
- มดลูก
- ต่อมลูกหมาก
ข้อดี
- เห็นเนื้อเยื่ออ่อนดีที่สุด
- ไม่มีรังสี
- วินิจฉัยโรคสมองได้ละเอียด
ข้อจำกัด
- ใช้เวลานาน 20-60 นาที
- ต้องนอนนิ่งมาก
- เสียงดัง คนกลัวที่แคบอาจตรวจไม่ได้
- ผู้มีเครื่องกระตุ้นหัวใจบางรุ่นตรวจไม่ได้ ต้องเป็น MRI compatible pacemakers
- ราคาสูงกว่า CT
5. CT-MRI
คำว่า CT-MRI ไม่ใช่เครื่องชนิดใหม่ แต่หมายถึงการนำผล CT และ MRI มาประกอบกัน หรือทำทั้งสองการตรวจ เพื่อให้ข้อมูลครบทั้งโครงสร้างกระดูก เนื้อเยื่ออ่อน และหลอดเลือด
ใช้ในกรณี
- มะเร็งสมอง
- ศัลยกรรมสมอง
- โรคกระดูกสันหลัง
- มะเร็งบางชนิด
ข้อจำกัด
- ค่าใช้จ่ายสูง
- ใช้เวลาหลายชั่วโมง
- ได้รับทั้งรังสีจาก CT และข้อจำกัดของ MRI
6. PET Scan
หลักการทำงาน
ฉีดสารกัมมันตรังสีปริมาณต่ำ (ส่วนใหญ่เป็นน้ำตาล FDG) เข้าเส้นเลือด เซลล์ที่ใช้พลังงานมาก เช่น เซลล์มะเร็ง จะสะสมสารนี้มากกว่าปกติ แล้วเครื่องจะตรวจจับรังสีที่ปล่อยออกมา
เหมาะสำหรับ
- ค้นหามะเร็ง
- ประเมินการกระจายของมะเร็ง
- ติดตามผลการรักษา
- ค้นหามะเร็งที่กลับเป็นซ้ำ
- โรคสมองบางชนิด
- โรคหัวใจบางชนิด
ข้อดี
- เห็นการทำงานของเซลล์ ไม่ใช่เพียงรูปร่าง
- ค้นหาการกระจายของมะเร็งได้ทั่วร่างกาย
ข้อจำกัด
- ราคาแพงมาก
- ได้รับรังสี
- ต้องงดอาหารก่อนตรวจ
- โรคอักเสบอาจให้ผลบวกลวง
- มะเร็งบางชนิดจับ FDG ได้น้อย
- ผู้ที่เป็นเบาหวานต้องระวัง
7. MRA (Magnetic Resonance Angiography)
หลักการ
เป็นเทคนิค MRI สำหรับดูหลอดเลือดโดยเฉพาะ บางกรณีไม่ต้องฉีดสารเพิ่มความคมชัด
เหมาะสำหรับ
- หลอดเลือดสมองตีบ
- โป่งพอง
- หลอดเลือดคอตีบ
- หลอดเลือดไต
ข้อดี
- ไม่มีรังสี
- หลายกรณีไม่ต้องฉีดสารเพิ่มความคมชัด
ข้อจำกัด
- ใช้เวลานาน
- หลอดเลือดเล็กมากอาจเห็นไม่ชัดเท่า CT-MRA
- มีข้อจำกัดเช่นเดียวกับ MRI
8. CT-MRA (CT Angiography : CTA)
หลักการ
ใช้ CT ร่วมกับการฉีดสารทึบรังสีเพื่อสร้างภาพหลอดเลือดสามมิติ
เหมาะสำหรับ
- หลอดเลือดหัวใจตีบ
- หลอดเลือดสมอง
- หลอดเลือดเอออร์ตา
- เส้นเลือดที่ขา
- หลอดเลือดปอดอุดตัน
ข้อดี
- เห็นรายละเอียดหลอดเลือดสูงมาก
- ตรวจเร็ว
- เหมาะกับผู้ป่วยฉุกเฉิน
ข้อจำกัด
- ต้องฉีดสารทึบรังสีแทบทุกราย
- ได้รับรังสี
- ผู้ป่วยไตเสื่อมหรือแพ้สารทึบรังสีต้องระวัง
เครื่องมือแต่ละชนิด "มองเห็นอะไรไม่ดี"?
การตรวจภาพทางการแพทย์ทุกชนิดมีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัด ไม่มีเครื่องมือใดสามารถมองเห็นอวัยวะหรือโรคทุกชนิดได้อย่างสมบูรณ์ การเลือกตรวจจึงควรเริ่มจากคำถามว่า "แพทย์กำลังสงสัยโรคอะไร?" แล้วจึงเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด แทนที่จะเลือกจากราคา หรือความทันสมัยของเครื่องเพียงอย่างเดียว
| การตรวจ |
มองเห็นได้ดี |
มองเห็นได้ไม่ดี หรือมีข้อจำกัด |
| X-ray |
กระดูก ปอด หัวใจโดยรวม และภาวะผิดปกติขนาดใหญ่ |
เนื้อเยื่ออ่อน เส้นเอ็น หมอนรองกระดูก สมอง อวัยวะในช่องท้อง และมะเร็งระยะเริ่มต้นจำนวนมาก |
| CT Scan |
กระดูก ปอด ช่องท้อง เลือดออกเฉียบพลัน นิ่ว และอวัยวะภายในส่วนใหญ่ |
เส้นประสาท เอ็น กล้ามเนื้อ ไขสันหลัง และรอยโรคขนาดเล็กในเนื้อเยื่ออ่อนบางชนิดอาจเห็นไม่ชัดเท่า MRI |
| Low-dose CT Chest |
ก้อนเนื้อในปอดและมะเร็งปอดระยะเริ่มต้น |
ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อตรวจอวัยวะอื่นนอกทรวงอก และมีรายละเอียดต่ำกว่า CT ปอดมาตรฐานเล็กน้อย |
| MRI |
สมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อ และอวัยวะที่เป็นเนื้อเยื่ออ่อน |
ปอดที่มีอากาศ กระดูกบางชนิด แคลเซียม และการตกเลือดเฉียบพลันบางระยะอาจประเมินได้ไม่ดีเท่า CT อีกทั้งใช้เวลาตรวจนาน |
| CT + MRI |
ให้ข้อมูลทั้งกระดูก อวัยวะ และเนื้อเยื่ออ่อนอย่างครบถ้วนเมื่อใช้ร่วมกัน |
แม้จะให้ข้อมูลมาก แต่ยังไม่สามารถบอกการทำงานของเซลล์หรือแยกก้อนเนื้อทุกชนิดได้อย่างแน่นอน จึงอาจยังต้องตรวจเพิ่มเติมหรือเจาะชิ้นเนื้อ |
| PET Scan / PET-CT |
การทำงานของเซลล์ การแพร่กระจายของมะเร็ง และตำแหน่งที่มีการเผาผลาญพลังงานผิดปกติ |
รายละเอียดทางกายวิภาคไม่คมชัดเท่า CT หรือ MRI โรคอักเสบบางชนิดอาจให้ผลคล้ายมะเร็ง และมะเร็งบางชนิดก็จับสารกัมมันตรังสีได้น้อย |
| MRA |
หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดคอ และหลอดเลือดขนาดใหญ่ โดยไม่ใช้รังสี |
หลอดเลือดที่มีขนาดเล็กมาก การไหลเวียนช้ามาก หรือมีการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย อาจทำให้ภาพไม่คมชัดเท่า CT Angiography |
| CT-MRA (CT Angiography) |
หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดเอออร์ตา และหลอดเลือดทั่วร่างกาย |
ต้องใช้สารทึบรังสีและรังสีเอกซ์ ไม่สามารถบอกการทำงานของผนังหลอดเลือดหรือองค์ประกอบของคราบไขมันได้ละเอียดเท่าการตรวจเฉพาะทางบางชนิด |
เลือกเครื่องสแกนอย่างไร?
หลายคนเข้าใจผิดว่า "เครื่องที่แพงที่สุดย่อมดีที่สุด" แต่ในทางการแพทย์ การเลือกเครื่องตรวจขึ้นอยู่กับอวัยวะที่ต้องการดูและโรคที่สงสัย เครื่องที่เหมาะสมที่สุดคือเครื่องที่สามารถตอบคำถามทางการแพทย์ได้ด้วยความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
| หากสงสัย... |
การตรวจที่มักเลือกก่อน |
เหตุผล |
| กระดูกหัก ข้อเคลื่อน |
X-ray |
เห็นกระดูกชัด ราคาประหยัด รวดเร็ว |
| อุบัติเหตุรุนแรง เลือดออกภายใน |
CT Scan |
ตรวจได้รวดเร็ว เห็นอวัยวะหลายระบบพร้อมกัน |
| โรคสมอง เส้นประสาท ไขสันหลัง |
MRI |
เห็นเนื้อเยื่ออ่อนละเอียดที่สุด |
| หมอนรองกระดูก ข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ |
MRI |
เห็นโครงสร้างเนื้อเยื่ออ่อนชัดกว่า CT |
| คัดกรองมะเร็งปอดในผู้มีความเสี่ยงสูง |
Low-dose CT Chest |
ตรวจพบก้อนขนาดเล็กได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยใช้รังสีน้อยกว่า CT ปกติ |
| มะเร็งที่วินิจฉัยแล้ว ต้องการดูการแพร่กระจาย |
PET Scan (หรือ PET-CT) |
เห็นการทำงานของเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย |
| หลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดเอออร์ตา |
CT-MRA (CT Angiography) |
เห็นรายละเอียดของหลอดเลือดได้ดีและตรวจรวดเร็ว |
| หลอดเลือดสมองหรือหลอดเลือดคอ |
MRA |
ไม่มีรังสี และบางกรณีไม่ต้องฉีดสารเพิ่มความคมชัด |
ทั้งนี้ ตารางข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น แพทย์อาจเลือกการตรวจที่แตกต่างกันตามอาการของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และข้อจำกัดของแต่ละบุคคล
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (ประเทศไทย)
ค่าใช้จ่ายในการตรวจอาจแตกต่างกันตามโรงพยาบาล เครื่องรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า ความจำเป็นในการฉีดสารทึบรังสีหรือสารเพิ่มความคมชัด และบริเวณที่ตรวจ ตารางต่อไปนี้เป็นเพียงราคาโดยประมาณของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย
| การตรวจ |
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
หมายเหตุ |
| X-ray |
300–1,000 บาท |
ขึ้นกับจำนวนตำแหน่งที่ตรวจ |
| CT Scan |
4,000–12,000 บาท |
หากฉีดสารทึบรังสี ราคาจะสูงขึ้น |
| Low-dose CT Chest |
2,500–5,000 บาท |
มักใช้ในการคัดกรองมะเร็งปอด |
| MRI |
8,000–25,000 บาท |
ขึ้นกับอวัยวะและการฉีดสารเพิ่มความคมชัด |
| CT + MRI |
12,000–35,000 บาท |
กรณีต้องตรวจทั้งสองชนิด |
| PET Scan / PET-CT |
35,000–70,000 บาท |
เป็นการตรวจที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด |
| MRA |
10,000–20,000 บาท |
ขึ้นกับตำแหน่งของหลอดเลือดที่ตรวจ |
| CT-MRA (CT Angiography) |
8,000–20,000 บาท |
รวมค่าสารทึบรังสีในหลายแห่งแล้ว |
หมายเหตุ ราคาข้างต้นเป็นเพียงประมาณการในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจคิดค่าบริการแตกต่างกัน รวมถึงอาจมีค่าแพทย์ ค่าฟิล์ม หรือค่ารายงานผลเพิ่มเติม
สรุป
การตรวจด้วยเครื่องสแกนร่างกายแต่ละชนิดมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน การตรวจที่มีราคาแพงกว่า หรือใช้เทคโนโลยีใหม่กว่า ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสมอไป เพราะเครื่องมือแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น MRI เหมาะสำหรับโรคของสมองและเส้นประสาท แต่ไม่เหมาะที่จะใช้แทน CT ในผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ขณะที่ PET Scan มีประโยชน์ในการประเมินการแพร่กระจายของมะเร็ง แต่ไม่สามารถใช้แทนการตรวจคัดกรองโรคทั่วไปในคนที่ไม่มีอาการได้
ดังนั้น การเลือกตรวจที่เหมาะกับโรคที่สงสัย ย่อมมีประโยชน์มากกว่าการเลือกตรวจที่แพงที่สุด หรือการตรวจหลายชนิดพร้อมกันโดยไม่มีข้อบ่งชี้